fbpx
ค้นหารถทั้งหมด...

การ “รีแมพ” ทำให้รถแรงและประหยัดขึ้นจริงเหรอ?

รถแรงขึ้น!!

การ Remap (รีแมพ) คือการตั้งโปรแกรมและการทำงานของเครื่องยนต์ขึ้นมาใหม่ เพื่อที่จะทำให้ เครื่องยนต์มีประสิทธิภาพดีขึ้น และแตกต่างไปจากเดิมให้เหมาะสมกับการขับขี่ของเราได้ด้วยอาจจะมีการที่จะเพิ่มแรงม้า แรงบิด เป็นต้น

การ รีแมพ Remap ECU เป็นการบันทึก Map ใหม่ลงไปโดยจะทำการปรับสูตรต่างๆ ในเครื่องยนต์ใหม่ เพื่อปลดล็อคเครื่องยนต์ให้เต็มประสิทธิภาพ 100% และจะไม่ทำอันตรายใดๆ ต่อตัวรถของผู้ขับขี่นั้นเองครับ ส่วนข้อเสียก็มีอยู่บ้างสำหรับในด้านการใช้งานแต่ถ้าเราดูแลรถได้ดีก็จะสามารถขับขี่และมีอายุการใช้งานที่นานเท่ารถยนต์ที่มี ECU

อุปกรณ์ชิ้นส่วนกล่อง ECU หรือชื่อเต็มคือ Electronic Control Unit ถูกออกแบบและพัฒนามาจากพื้นฐานของระบบคอมพิวเตอร์ เป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกที่ทำหน้าที่รับข้อมูลจากตัวเซ็นเซอร์ตามจุดต่างๆ จากนั้นนำมาประมวลผล ทำหน้าที่ควบคุมการสั่งจ่ายเชื้อเพลิงและการจุดระเบิดเพื่อให้เครื่องยนต์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การเปลี่ยนแปลงหลังจาก รีแมพ คืออย่างไร…

ส่วนใหญ่จะมาในเรื่องรู้สึกถึงความเปลี่ยนไปของสมรรถนะรถยนต์ภายหลังการปรับแต่งโปรแกรมสมองกลของรถยนต์ เช่น รถวิ่งขึ้นความเร็วรอบไหลลื่นขึ้น ซึ่งการตอบสนองจุดนี้จะมากน้อยก็จะไปตามพื้นฐานของรถแต่ละคัน เช่น รถที่มีระบบอัดอากาศจะสามารถเพิ่มกำลังเครื่องยนต์ เพราะรถที่มีระบบอัดอากาศ สามารถตั้งค่าปริมาณอากาศที่อัดเข้าไปในกระบอกสูบได้มากขึ้นด้วยการเพิ่มปริมาณอากาศ (ภาษาชาวบ้านเรียกเพิ่มบูสต์) เช่น เดิมๆ บูสต์โรงงานตั้งอยู่ที่ 0.8 บาร์ ก็เพิ่มเป็น 1 บาร์ หรือ 1.2 บาร์ เป็นต้น จึงสามารถเพิ่มกำลังของเครื่องยนต์ได้โดยง่าย โดยการเพิ่มบูสต์เข้าไปก็ต้องอาศัยปริมาณน้ำมันที่เหมาะสมด้วย

สิ่งสำคัญ รีแมพ รถจะหมดประกันคุณภาพไหม….

ถ้าทำการตรวจสอบจริงๆ ก็อาจจะยากครับว่ารถคันนี้ทำมาหรือป่าว แต่ก็ยังสามารถนำรถเข้าศูนย์บริการได้ตามปกติชิ้นส่วนไหนเกิดปัญหาจากตัวผลิตภัณฑ์ก็เคลมได้ตามเงื่อนไขที่กำหนดจากผู้ผลิตรถยนต์ ทำไมถึงไม่หมดประกัน ก็เพราะโดยปกติไม่มีใครมานั่งเช็กรถทีละคันหรอกครับว่า โปรแกรมการจ่ายน้ำมัน ส่วนผสมอากาศ บลาๆ ของรถแต่ละคันนั้นแตกต่างไปจากโปรแกรมพื้นฐานที่ถูกตั้งค่ามาจากโรงงาน

ขอบพระคุณข้อมูลดีๆ จาก

Toyota K.Motors ด้วยนะคะ

รถกระบะ ต้องเช็คและอัดจาระบีไหม

รถยนต์กระบะประเภทเชิงพาณิชย์ต้องมีการใช้งานที่สมบุสมบัน ระบบช่วงล่างที่ต้องมีการดูแลอย่างใกล้ชิด สำหรับผู้ใช้รถกระบะ หรือรถขับเคลื่อน 4 ล้อ ควรทำการตรวจเช็กทุกๆ ระยะ 10,000 ก.ม. เพื่อทำการตรวจสอบสภาพหรืออัดจารบีเพื่อยืดอายุของลูกหมากต่างๆ ให้ระบบทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ซึ่งจะมีจุดหมุนจุดขับเคลื่อนในบางจุดสำหรับอัดจารบีโดยตรงเช่น จุดเชื่อมต่อช่วงล่าง, ลูกปืน, ลูกหมากปีกนก, ชุดเพลาขับเคลื่อน เป็นต้น การตรวจสอบสภาพชิ้นส่วนที่ต้องมีการใส่จารบีสารหล่อลื่นจุดเล็กๆไม่ควรละเลย เพราะอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพการขับเคลื่อนของรถยนต์โดยตรง และอาจส่งผลกระทบไปถึงอุปกรณ์ส่วนอื่นๆ ด้วยครับ

ขอบพระคุณข้อมูลดีๆ จาก

Toyota K.Motors ด้วยนะคะ

ไฟเตือนน้ำมันโชว์ จะขับต่อไปได้อีกกี่กิโลเมตร?

เหตุการณ์น้ำมันหมดกลางทางคงไม่ใช่เรื่องที่ใครอยากให้เกิดขึ้นเป็นแน่ แต่บางครั้งการขับรถไปยังเส้นทางที่ไม่คุ้นชิน ก็อาจทำให้การเติมน้ำมันเป็นเรื่องลำบาก แล้วรู้หรือไม่ว่าหากไฟเตือนน้ำมันเกิดโชว์ขึ้นมา จะสามารถขับขี่ได้เป็นระยะทางอีกไกลมากน้อยแค่ไหน?

      เว็บไซต์ Comparethemarket.com แห่งประเทศอังกฤษได้ทำการสำรวจและเปิดเผยข้อมูลระยะทางขับขี่ที่รถสามารถวิ่งได้หลังจากไฟเตือนน้ำมันสว่างขึ้นบนหน้าปัด โดยคนส่วนใหญ่มักคิดว่ารถของตัวเองจะสามารถขับขี่ได้ราว 30 กิโลเมตรก่อนเครื่องยนต์จะดับลง แต่ในความเป็นจริงรถยนต์ส่วนใหญ่สามารถไปได้ไกลกว่านั้นกว่าเท่าตัวเลยทีเดียว

      ทั้งนี้ จากผลสำรวจพบว่า Volkswagen Passat สามารถขับขี่ได้ไกลที่สุดถึง 120 กิโลเมตรหลังจากไฟเตือนน้ำมันโชว์ ขณะที่ Volvo V40 และ Ford Mondeo ก็สามารถขับขี่ได้ไกลถึง 112 กิโลเมตรเลยทีเดียว ส่วนรถที่ขับขี่ได้น้อยที่สุดคือ BMW M3 สามารถขับต่อไปได้เพียง 51 กิโลเมตรเท่านั้น

 

ขอบพระคุณข้อมูลดีๆจาก http://www.sanook.com/auto/

ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2564 วิ่งมอเตอร์เวย์ฟรี 2 เส้นทาง รวม 6 วัน

 

กรมทางหลวงเปิดฟรีมอเตอร์เวย์ทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 และทางหลวงพิเศษหมายเลข 9 ระหว่างวันที่ 30 ธันวาคม 2563 – 4 มกราคม 2564 รวมทั้งสิ้น 6 วัน

     กรมทางหลวงมอบของขวัญปีใหม่ 2564 วิ่งฟรีมอเตอร์เวย์ทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 เส้นทางกรุงเทพ – ชลบุรี – พัทยา และทางหลวงพิเศษหมายเลข 9 บางปะอิน – บางพลี และพระประแดง – ต่างระดับบางขุนเทียน โดยมีผลตั้งแต่เวลา 00.01 น. ของวันที่ 30 ธันวาคม 2563 ถึงเวลา 24.00 น. ของวันที่ 4 มกราคม 2564 เพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้เส้นทางและบรรเทาปัญหาการจราจรติดขัดหนาแน่นหน้าด่าน

     นอกจากนี้ ผู้ใช้ทางมอเตอร์เวย์สามารถติดตามรายงานสภาพการจราจรแบบเรียลไทม์ผ่านแอปพลิเคชั่น M-Traffic / Thailand Highway Traffic และบนเฟสบุ๊ค “ศูนย์บริหารจัดการจราจรและอุบัติเหตุกรมทางหลวง” เพื่อเป็นการวางแผนการเดินทางล่วงหน้าและหลีกเลี่ยงปัญหารถติดที่อาจเกิดขึ้นในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2564 นี้

     ทั้งนี้ ผู้ที่ต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือแจ้งเหตุด่วนเหตุร้ายระหว่างเดินทาง สามารถติดต่อสายด่วนกรมทางหลวง 1586 หรือสายด่วนมอเตอร์เวย์ 1586 กด 7 และตำรวจทางหลวง 1193

ขอบพระคุณข้อมูลดีๆจาก http://www.sanook.com/auto/

ต้องปิดแอร์ก่อนดับเครื่องยนต์จริงหรือไม่?

กลายเป็นความเชื่อมาตั้งแต่เนิ่นนานว่าก่อนดับเครื่องยนต์ทุกครั้ง จะต้องปิดระบบปรับอากาศก่อนเสมอ แต่ในความเป็นจริงสมัยนี้ยังต้องทำเช่นนั้นอยู่อีกหรือไม่?

     หลายคนคงเคยได้รับการบอกกล่าวมาว่า ก่อนดับเครื่องยนต์ทุกครั้ง ต้องปิดระบบปรับอากาศของตัวรถก่อนเสมอ เนื่องจากมีความเชื่อว่าการสตาร์ทเครื่องยนต์โดยเปิดระบบแอร์ทิ้งเอาไว้นั้น จะเป็นการเพิ่มภาระของแบตเตอรี่ ทำให้เครื่องยนต์สตาร์ทติดยาก และอาจจะทำให้อายุการใช้งานของคอมเพรสเซอร์แอร์สั้นลงอีกด้วย

     แต่ความเป็นจริงแล้ว รถยนต์ในปัจจุบันนับตั้งแต่ยุค 90 ขึ้นมานั้น มีระบบตัดการทำงานของระบบไฟฟ้าภายในรถเมื่อบิดกุญแจสตาร์ท ดังนั้นการเปิดระบบแอร์ทิ้งเอาไว้จึงไม่เป็นการเพิ่มภาระของเครื่องยนต์จนทำให้สตาร์ทติดยากแต่อย่างใด และความเชื่อที่ว่าจะทำให้คอมเพรสเซอร์แอร์เสื่อมสภาพนั้นก็ไม่เป็นความจริง เนื่องจากคอมเพรสเซอร์จะเริ่มทำงานหลังจากเครื่องยนต์สตาร์ทติดแล้วเล็กน้อย ไม่ทำให้เกิดอาการกระชากเครื่องยนต์ระหว่างสตาร์ทแต่อย่างใด

อย่างไรก็ดี ไม่ว่าจะปิดระบบแอร์ก่อนดับเครื่องยนต์หรือไม่นั้น ก็อาจประสบกับปัญหากลิ่นเหม็นอับได้อยู่ดี วิธีการแก้ไขคือ ให้ปิดสวิตช์ A/C เพื่อตัดการทำงานของคอมเพรสเซอร์ แล้วจึงเร่งพัดลมแอร์มากกว่าปกติ จะเป็นการไล่ความอับชื้นภายในตู้แอร์ได้ ทางที่ดีควรนำรถไปจอดไว้กลางแดดบ้าง จะช่วยลดความชื้นในตู้แอร์ได้เช่นกัน

     แต่หากวิธีดังกล่าวไม่หายจริงๆ แล้วล่ะก็ ทางออกสุดท้ายก็คือการล้างตู้แอร์นั่นเอง ซึ่งคุณสามารถเลือกได้ทั้งการล้างแบบถอดตู้แอร์ และล้างแบบส่องกล้องโดยไม่ต้องถอดตู้แอร์ ขึ้นอยู่กับความสะดวกและงบประมาณในกระเป๋าของคุณเองครับ

ขอบพระคุณข้อมูลดีๆจาก http://www.sanook.com/auto/

คำนวณยอดผ่อนโดยประมาณ

B

ตัวตน “Eddy Smart Car”

รถแนะนำ

Nissan March
ราคา 385,000 บาท
Mitsubishi Mirage
ราคา 359,000 บาท
Toyota Vios
ราคา 249,000 บาท
Nissan Livina
ราคา 389,000 บาท
%d bloggers like this: