fbpx
ค้นหารถทั้งหมด...

กฎหมายจราจรไม่อนุญาตให้ประกันภัยรถยนต์ขึ้นไปเคลียร์ ใช่หรือไม่ แล้วต้องทำอย่างไร

เชื่อว่าปัญหาของคนใช้รถใช้ถนน โดยเฉพาะในสังคมเมืองนั้นมีข้อจำกัดหลาย ๆ อย่างไม่ใช่น้อย หนึ่งในนั้นก็คือกฎหมายจราจรที่ค่อนข้างเข้มงวด แล้วรู้หรือไม่ว่าเพราะอะไรเวลาที่เกิดเหตุบนทางด่วน กฎหมายจราจรถึงห้ามไม่ให้ประกันภัยรถยนต์ขึ้นไปดำเนินการไม่ว่าจะกรณีใด ๆ ก็ตาม

สำหรับการใช้รถใช้ถนนในเมืองกรุง โดยเฉพาะกรุงเทพมหานครและปริมณฑลที่มีบริการทางด่วนหรือทางพิเศษนั้น นอกจากจะมีความสะดวกสบายและการอำนวยความรวดเร็วในการใช้รถใช้ถนนแล้ว ก็ยังต้องมีการควบคุมการใช้ทางด่วนด้วยเช่นเดียวกัน เพื่อให้การจราจรเป็นไปอย่างมีระเบียบและเรียบร้อย แต่เชื่อว่าหนึ่งในข้อสงสัยที่หลายคนไม่เข้าใจก็คือ กรณีที่เกิดอุบัติเฉี่ยวชนหรือเหตุฉุกเฉินขึ้นบนทางด่วนนั้น ทำไมบริษัทประกันภัยรถยนต์ถึงไม่สามารถเข้ามาดำเนินการข้างบนได้ แล้วจะทำอย่างไรหากในอนาคตเกิดเหตุสุดวิสัยขึ้นมาจริง ๆ

กฎหมายจราจรว่าด้วยการใช้ทางด่วนหรือทางพิเศษ

สำหรับการใช้บริการทางด่วนหรือทางพิเศษนั้น หลัก ๆ แล้วตามกฎหมายจราจรได้กำหนดให้การวิ่งรถบนทางด่วนออกตามประเภทต่าง ๆ อย่างชัดเจน เพื่อกำหนดทิศทางในการใช้งานและค่าบริการในยามที่ต้องการใช้ทางด่วน ซึ่งโดยปกติแล้วรถแต่ละประเภทจะมีข้อกำหนดที่แตกต่างกันออกไป โดยเฉพาะรถบรรทุกที่จะกำหนดระยะเวลาการวิ่งในแต่ละเส้นทางที่ไม่เหมือนกัน ซึ่งหลัก ๆ แล้ว จะแบ่งรถบรรทุกที่ต้องการโดยสารทางด่วนออกเป็น 3 ประเภท คือ รถบรรทุกทั่วไป รถบรรทุกน้ำมัน และรถบรรทุกวัตถุอันตราย แต่หากเป็นรถยนต์ส่วนบุคคลทั่วไป ก็สามารถใช้ทางด่วนได้ตลอด 24 ชม. ที่สำคัญคือ การใช้รถบนทางด่วนนั้นกำหนดให้ใช้ความเร็วได้ไม่เกิน 110 กม./ชม. แต่ก็จะมีการพิจารณาปรับลดอัตราความเร็วในบางจุดด้วยเช่นเดียวกัน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุบนทางด่วนนั่นเอง

ไขข้อสงสัย เหตุผลที่ทำให้ประกันภัยรถยนต์ขึ้นไปเคลียร์บนทางด่วนไม่ได้

แน่นอนว่า ขึ้นชื่อว่าทางด่วนแล้วก็ต้องหมายถึงเส้นทางที่ใช้จราจรในยามเร่งด่วน เพราะฉะนั้น จะสังเกตได้เลยว่าหลายครั้งที่มีผู้ประสบภัยหรือเหตุฉุกเฉินบนทางด่วน แล้วติดต่อประกันภัยรถยนต์ให้มาดำเนินการให้นั้น จะได้รับการปฏิเสธจากบริษัทประกันภัยรถยนต์ที่จะขึ้นไปดำเนินการบนจุดเกิดเหตุ และทางประกันภัยมักจะขอให้ทั้งสองฝ่ายนัดแนะกันในจุดอื่นที่ไม่ใช่บนทางด่วนแทน ซึ่งเหตุผลที่ต้องดำเนินการเช่นนี้ มาจากข้อบังคับของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ต้องดูแลการปฏิบัติตามกฎหมายจราจร ที่ต้องการควบคุมและจัดระเบียบการใช้ทางด่วนให้เป็นไปอย่างเรียบร้อย จึงทำให้ทางบริษัทประกันภัยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ขึ้นไปดำเนินการใด ๆ บนทางด่วนได้ หรือต่อให้ขึ้นไปก็อาจจะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเชิญให้ลงมาจากทางด่วนทันที เพราะอาจจะไปกีดขวางการจราจรของคนใช้รถใช้ถนนคนอื่น ๆ จึงทำให้เป็นข้อจำกัดในการปฏิบัติงานของประกันภัยรถยนต์ที่จะต้องทำตามข้อบังคับของกฎหมายจราจรเกี่ยวกับการใช้ทางด่วน

วิธีรับมือหากเกิดเหตุฉุกเฉินบนทางด่วน

แน่นอนว่า ในการใช้รถบนทางด่วนนั้น โอกาสที่จะเกิดเหตุฉุกเฉินก็นับว่ามีอยู่หลากกรณีด้วยกัน ไม่ใช่เพียงการเกิดอุบัติเหตุเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงรถดับกลางทาง เครื่องยนต์มือปัญหา ยางรั่ว น้ำมันหมด ฯลฯ ซึ่งปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ ล้วนแล้วแต่สามารถเกิดขึ้นได้ด้วยกันทั้งสิ้น แต่ด้วยข้อจำกัดที่ห้ามไม่ให้เจ้าหน้าที่ประกันภัยรถยนต์ขึ้นไปดำเนินการช่วยเหลือได้ตามข้อบังคบของกฎหมายนั้น จึงทำให้ผู้ที่ประสบเหตุต้องดำเนินการในขั้นต้นด้วยตัวเอง หรือหากเป็นเหตุร้ายแรงผู้ที่เห็นเหตุการณ์ก็สามารถดำเนินการช่วยเหลือได้เช่นเดียวกัน

ลำดับแรก หากเกิดเหตุแล้วก็ให้ต่อสายถึงเบอร์โทรติดต่อเบื้องต้นที่ใช้แจ้งเหตุในยามเกิดเหตุฉุกเฉิน ไม่ว่าจะเป็น 191 สำหรับการแจ้งเหตุด่วนเหตุร้าย, 1669 กรณีที่มีการเจ็บป่วยฉุกเฉิน และ 1543 สายตรงทางด่วน เพราะฉะนั้น เมื่อต่อสายแล้วก็ให้อธิบายกับพนักงานว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง และสถานการณ์ในขณะนั้นเป็นอย่างไร มีผู้บาดเจ็บหรือไม่ เพื่อที่จะให้ผู้ที่รับเรื่องสามารถประสานงานต่อได้อย่างรวดเร็ว

ในขณะเดียวกัน ก็ให้ติดต่อหาประกันภัยรถยนต์ด้วยเช่นเดียวกัน แล้วก็ให้ขี้แจงข้อมูลต่าง ๆ ให้กับประกันภัยรถยนต์ให้ละเอียด ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ของบริษัทประกันภัยก็จะสอบถามข้อมูลแบบละเอียดเพื่อดำเนินการช่วยเหลือในขั้นต่อไป แต่จะสังเกตได้ว่า หากเกิดเหตุบนทางด่วนนั้นทางบริษัทประกันจะขอให้คุณถ่ายรูปเพื่อเก็บหลักฐานเอาไว้ ที่สำคัญคือ อย่าลืมถ่ายรูปบัตรของอีกฝ่ายไว้ด้วย เพื่อป้องกันกรณีที่จะหนี หลังจากนั้นทางประกันภัยรถยนต์ก็จะแนะนำว่าให้ทั้งสองฝ่ายไปนัดเจอกันที่สถานที่ใกล้เคียงมากที่สุด เช่น สถานีตำรวจ จุดพักรถบริเวณใกล้ทางลงของทางด่วน เป็นต้น

ทั้งนี้ หากเหตุที่เกิดขึ้นเป็นอุบัติเหตุและไม่สามารถเคลื่อนย้ายรถได้ด้วยตนเอง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะประสานงานเพื่อให้รถยกมาช่วยเหลือต่อไป เพื่อที่จะไม่เป็นการรวบกวนผู้ใช้รถใช้ถนนคนอื่น ๆ จนเกินไป

ขอบพระคุณ ข้อมูล ดีๆ จาก http://www.UNSEENCAR.COM ด้วยนะครับ

แสดงความคิดเห็น

คำนวณยอดผ่อนโดยประมาณ

B

ตัวตน “Eddy Smart Car”

รถแนะนำ

Nissan March
ราคา 385,000 บาท
Mitsubishi Mirage
ราคา 359,000 บาท
Toyota Vios
ราคา 249,000 บาท
Nissan Livina
ราคา 389,000 บาท
%d bloggers like this: